แอพพลิเคชันติ๊กต่อก ถูกแบนในหลายประเทศ

แอพพลิเคชันยอดฮิตของคนไทยโดยเฉพาะในช่วงโควิดที่เราไม่สามารถออกจากบ้านไปไหนได้นี้ แอพพลิเคชันนี้เลยกลายเป็นแอพพลิเคชันยอดฮิตที่ช่วยเล่นแก้เบื่อและฆ่าเวลาให้กับเราได้เป็นอย่างดี แอพพลิเคชันติ๊กต่อก นี้แน่นอนว่าไม่ได้ดังแต่ที่ประเทศไทยแต่มีการเล่นกันทั่วโลก เนื่องจากเป็นแอพที่มีลูกเล่นเยอะ และทำให้เราสามารถตัดต่อคลิปวิดีโอเจ๋งๆได้แบบที่ง่ายมากในไม่กี่ขั้นตอน ไม่จำเป็นจะต้องเป็นนักตัดต่อหรือรู้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ยุ่งยากก็สามารถใช้แอพนี้ตัดต่อคลิปออกมาได้ผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่รู้หรือไม่ว่าแอพพลิเคชันติ๊กต่อกกำลังถูกแบนในหลายประเทศ เราอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องแบนแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจนี้กันด้วย เพราะนอกจากจะมีคลิปตัดต่อที่น่าสนใจแล้วยังมีคลิปอีกหลายแบบให้เราได้เลือกดู นอกจากคลิปสร้างสรรค์ที่เราดูเพื่อความบันเทิงและความเพลิดเพลินแล้ว ยังมีคลิปอื่นๆไม่ว่าจะเป็นคลิปที่ให้ความรู้เรื่องต่างๆหรือคลิปฮาวทูที่น่าสนใจอีกมากมาย แล้วทำไมแอพพลิเคชันนี้ถึงได้ถูกแบนในหลายประเทศเรามาติดตามกัน

แอพพลิเคชันติ๊กต่อก กำลังถูกแบนในหลายประเทศเพราะขายข้อมูล

แอพพลิเคชันติ๊กต่อกนี้ถูกพัฒนามาโดยบริษัทสัญชาติจีน โดยพัฒนาต่อยอดมาจากแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Douyin ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศจีน แต่ด้วยความที่ถูกพัฒนามาจากประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีข้อพิพาทในหลายหลายเรื่องกับหลายประเทศ โดยเฉพาะอินเดียและสหรัฐ จึงทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจในแอพพลิเคชันนี้ และคิดว่าแอพพลิเคชันนี้อาจมีการส่งข้อมูลของผู้ใช้ในแอพพลิเคชันติ๊กต่อกให้กับรัฐบาลจีน ถึงกับห้ามเจ้าหน้าที่ทหารหรือผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับรัฐบาลโหลดแอพพลิเคชันนี้มาใช้อย่างเด็ดขาดเนื่องจากกังวลเรื่องการถูกลักลอบสอดแนมข้อมูลจากภายใน โดยเริ่มจากอินเดียมีการแบนแอพพลิเคชันนี้เป็นประเทศแรก และนอกจากแอพพลิเคชันนี้แล้วอินเดียยังแบนแอพพลิเคชันจากจีนอีก 59 แอพพลิเคชันไม่ให้ใช้ในประเทศอีกด้วย จุดเริ่มต้นความขัดแย้งของอินเดียกับจีนเนื่องจากมีการประทะกันระหว่างทหารของสองประเทศบริเวณชายแดนจนทำให้มีทหารอินเดียเสียชีวิตถึง 20 คน ตามมาด้วยสหรัฐซึ่งเป็นคู่ค้าคู่แข่งในหลายเรื่องกับจีนมานานจึงกังวลเรื่องความปลอดภัยของแอพพลิเคชันสัญชาติจีนนี้ และยังมีปัญหาในฮ่องกงด้วยเนื่องจากความไม่ชัดเจนในกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแอพพลิเคชันติ๊กต่อก

แอพพลิเคชันติ๊กต่อกนั้นมีจำนวนแอคเคาท์ผู้ใช้งานมากกว่าเก้าล้านบัญชีทั่วโลก มียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไปแล้วไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันหกร้อยล้านครั้ง โดยยอดดาวน์โหลดมากที่สุดอันดับหนึ่งและอันดับสองก็คืออินเดียและสหรัฐอเมริกานั่นเองโดยอินเดียมียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชันนี้มากที่สุดในโลกมากกว่าห้าร้อยล้านครั้ง และสหรัฐอเมริกามียอดดาวน์โหลดมากกว่าหนึ่งร้อยล้านครั้ง การที่สองประเทศที่เป็นผู้ใช้งานหลักแบนแอพพลิเคชันติ๊กต่อกนั้นย่อมส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัท โดยคาดการณ์ว่าบริษัทที่เป็นเจ้าของแอพพลิเคชันติ๊กต่อกนั้นอาจสูญเสียรายได้ถึงหกพันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่าสองแสนล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะพยายามสร้างความเชื่อมั่นโดยการจ้างอดีตผู้บริหารดิสนีย์มาเป็นหนึ่งในซีอีโอก็ตาม ก็ยังไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ และด้วยความที่ตัวแอพพลิเคชันติ๊กต่อกเองหลายครั้งก็เป็นสื่อในการโจมตีเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ทำให้ค่อนข้างสุ่มเสี่ยงในการโดนแบนในหลายประเทศนั่นเอง